วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2559

การทอผ้าขิดไหมกุดแห่



          ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูมีการทอผ้าทั้งผ้าไหมและผ้าฝ้าย  กระจายตัวอยู่ทุกอำเภอ  แต่กลุ่มที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากทั้งภายในจังหวัดและระดับประเทศ  คือ  “กลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2525  เนื่องจากชาวบ้านตำบลกุดแห่  จำนวน  5  คน  ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ในวโรกาสที่เสด็จวัดถ้ำกลองเพล  และมีโอกาสถวายชิ้นงานให้กับพระองค์ท่าน  และพระองค์ท่านได้ทรงรับสั่งให้ทอผ้าถวายอีกในวโรกาสต่อไป

           นอกจากนี้  พระองค์ได้ทรงพระราชทานทุนทรัพย์ให้กับชาวบ้านที่ถวายงานเพื่อปลูกหม่อน  เลี้ยงไหม  รายละ  6,000  บาท  จำนวน  5 ราย  และทรงรับไว้ในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระองค์ท่าน


           ชาวบ้านตำบลกุดแห่  รู้สึกปลื้มปีติในพระมหากรุณา  จึงรวมตัวจัดตั้งกลุ่มขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2525  นางอำพร  วงษ์สมศรี  เป็นประธานกลุ่ม  จำนวนสมาชิก 37 คน  ในระยะแรกกลุ่มมีการทอผ้าหลายชนิด  ได้แก่  ผ้ามัดหมี่  ผ้าหางกระรอก  ผ้าขาวม้า  ผ้าโสร่ง  ผ้าพื้นเรียบ  และทอผ้าพื้นเมืองให้กับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ

            ต่อมาเมื่อหลวงปู่ขาว  อนาลโย  วัดถ้ำกลองเพล  มรณภาพ  สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ไม่ได้เสด็จวัดถ้ำกลองเพลเพื่อทรงงานอีก  แต่ทรงมีรับสั่งให้ส่งชิ้นงาน  ณ  พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์  จังหวัดสกลนคร  ซึ่งชาวบ้านตำบลกุดแห่ได้ร่วมกันทอผ้าพื้นเมืองส่ง  และยังคงทอผ้าพื้นเมืองให้กับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ

             ปี พ.ศ.2532  นางลำดวน   นันทะสุธา  เป็นประธานกลุ่ม  สมาชิกทอผ้าพื้นเมืองตลอดทั้งปี  เริ่มพัฒนาลวดลายผ้าที่มีอยู่ให้มีเอกลักษณ์มากขึ้น  ได้แก่  ผ้าลายเกล็ดเต่า  ผ้าลายลูกแก้ว  โดยส่งสมาชิกไปจำหน่าย  ณ  พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ทุกปี

           ปี พ.ศ.2536  สมาชิกกลุ่มเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า  ผ้าที่ทอขาดลวดลายสร้างสรรค์  แปลกใหม่  กลุ่มจึงได้ไปศึกษาดูงานการทอผ้าขิดไหมที่บ้านหนองอ้อ  อำเภอหนองวัวซอ  จังหวัดอุดรธานี      
      
           ปี พ.ศ.2539  กลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้เริ่มส่งผ้าเข้าประกวดที่กองทัพภาคที่ 2  ทุกปี 
โดยในปีนั้น  นางสมบัติ   ฉิมนิล  ได้รับรางวัลชมเชย  ประเภทผ้าไหมพื้นเรียบ  และสร้อยคอทองคำ 50 สตางค์ พร้อมเหรียญตราสัญลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  พร้อมเงินรางวัล 3 พันบาท
           ปี พ.ศ.2540  นางอุบล   วงศ์ละคร  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชมเชย  ประเภทผ้าขิดไหม  เงินรางวัล  3 หมื่นบาท  พร้อมโล่
           ปี พ.ศ.2542  นางหลุน   เลพล  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชมเชย  ประเภทผ้าขิดไหม  เงินรางวัล  4 หมื่นบาท  พร้อมโล่
           ปี พ.ศ.2544  นางบังอร   ต้นกัลยา  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชนะเลิศ  ประเภทผ้าขิดไหม  สร้อยคอทองคำหนัก  5 บาท  เงินรางวัล  6 หมื่นบาท  พร้อมโล่
               นางเอื้อมคำ   แดนสวรรค์  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ประเภทผ้าขิดไหม  สร้อยคอทองคำหนัก  3 บาท  เงินรางวัล  5 หมื่นบาท  พร้อมโล่
               นางประดุง   สีมี  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชมเชย  ประเภทผ้าขิดไหม  เงินรางวัล  4 หมื่นบาท  พร้อมโล่
               นางลำดวน   นันทะสุธา  ประธานกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชมเชย  ประเภท
ผ้าขิดไหม  เงินรางวัล  4 หมื่นบาท  พร้อมโล่
               นางสมเภช   ดอนมั่น  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชมเชย  ประเภทผ้าขิดไหม เงินรางวัล  4 หมื่นบาท  พร้อมโล่
           ปี พ.ศ.2545  นางรำพึง   โคตรสุวรรณ  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทผ้าขิดไหม  สร้อยคอทองคำหนัก  5 บาท  เงินรางวัล  6 หมื่นบาท  พร้อมโล่
               นางประดุง   สีมี  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ  ประเภทผ้าขิดไหม สร้อยคอทองคำหนัก  3 บาท เงินรางวัล  5 หมื่นบาท  พร้อมโล่
               นางที   ป้องสี  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชมเชย  ประเภทผ้าขิดไหม  
เงินรางวัล  4 หมื่นบาท  พร้อมโล่
               นายบุญแปง   นันทะสุธา  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชมเชย  ประเภท
ผ้าขิดไหม  เงินรางวัล  4 หมื่นบาท  พร้อมโล่
           ปี พ.ศ.2546  นายวีระ   สีมี  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ  ประเภท ผ้าขิดไหม  สร้อยคอทองคำหนัก  4 บาท  เงินรางวัล  5  หมื่นบาท  พร้อมโล่
               นางลำดวน   นันทะสุธา  ประธานกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ  ประเภทผ้าขิดไหม  สร้อยคอทองคำหนัก  4 บาท  เงินรางวัล  5  หมื่นบาท  พร้อมโล่
           ปี พ.ศ.2547  นายยอดยิ่ง   แดนสวรรค์  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทผ้าขิดไหม  สร้อยคอทองคำหนัก  5 บาท  เงินรางวัล  6 หมื่นบาท  พร้อมโล่
               นางแอม   วาสิงหล  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชมเชย  ประเภทผ้าขิดไหม  เงินรางวัล  4 หมื่นบาท  พร้อมโล่
               นายสงัด   แดนสวรรค์  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชมเชย  ประเภทผ้าขิดไหม เงินรางวัล  4 หมื่นบาท  พร้อมโล่
               นางนุจรินทร์   นันทะสุธา  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชมเชย  ประเภท
ผ้าขิดไหม  เงินรางวัล  4 หมื่นบาท  พร้อมโล่
           ปี พ.ศ.2548  นางคำพันธ์   บุญทน  สมาชิกกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้รับรางวัลชนะเลิศ  ประเภทผ้าขิดไหม  สร้อยคอทองคำหนัก  5 บาท  เงินรางวัล  6 หมื่นบาท  พร้อมโล่

           กล่าวได้ว่า  การทอผ้าพื้นเมืองของชาวบ้านตำบลกุดแห่  ได้รับการยอมรับจากสังคมว่ามาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น  โดยภายหลังจากได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่าน  ประกอบกับได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ  โดยท่านผู้หญิงจรุงจิตต์   ทีขะระ  ซึ่งได้ให้แนวคิดการพัฒนาผ้าพื้นเมือง  ฝึกปฏิบัติให้กับชาวบ้านจนสามารถทอผ้าขิดฝ้ายที่มูลนิธิจัดส่งให้  เพื่อนำไปใช้เป็นผ้าม่านของวังสวนจิตรดา  จนในปัจจุบันชาวบ้านมีความชำนาญมากขึ้น  สามารถทอผ้าขิดไหมจนได้รับรางวัลจากการประกวดผ้าพื้นเมืองบ่อยครั้ง  ทั้งรางวัลพระราชทาน  รางวัลระดับภาค  รางวัลระดับประเทศ 

           ปัจจุบันกลุ่มทอผ้าตำบลกุดแห่  ได้แยกกลุ่มออกเป็น  4 กลุ่ม 
               1.กลุ่มทอผ้าขิดไหมบ้านโพธิ์ค้ำ  ประธานกลุ่ม  คือ  นางลำดวน   นันทะสุธา
               2.กลุ่มทอผ้าขิดไหมบ้านศรีอุบล  ประธานกลุ่ม  คือ  นางเอื้อมคำ   แดนสวรรค์ 
               3.กลุ่มทอผ้าขิดไหมบ้านฝายแดง  ประธานกลุ่ม  คือ  นางประดุง   สีมี
               4.กลุ่มทอผ้าขิดไหมบ้านกุดแห่  ประธานกลุ่ม  คือ  นางสมเภช   ดอนมั่น

          การดำเนินงานของทั้ง  4  กลุ่ม  มีการเชื่อมประสานกันเป็นอย่างดี  ทั้งการออกแบบลวดลาย     การทอ  การส่งเสริมการขาย  มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้  ปัญหาอุปสรรคในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ  การแยกกลุ่มในครั้งนี้ทำให้เกิดการสร้างงานในชุมชนทั้ง  4  หมู่บ้านมากขึ้น
          






นาคำไฮ โมเดล ผลจากการพัฒนาโจทย์วิจัยระดับชุมชน

เมื่อนักวิจัยพบว่า  ข้อมูลที่ได้มา  เป็นข้อมูลในระดับปรากฏการณ์ของชุมชน  เป็นข้อมูลที่นักวิจัยและคนในชุมชนได้ช่วยกันคิด  วิเคราะห์มาแล้ว  นักวิจัยจึงทำหน้าที่รวบรวมและจัดระบบ  ต่อเมื่อเวลาผ่านไป  นักวิจัยจึงดำเนินการสังเคราะห์และตีความจากข้อมูล  แล้วเอาความจริงที่ค้นพบมาสะท้อนกลับให้ชุมชนได้รับรู้  หาแนวทาง  และลงมือแก้ไขปัญหาร่วมกัน  กระบวนการเหล่านี้บางบริบทต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร  อาจใช้เวลาแรมเดือน  หลายเดือน  อาจเป็นปี  หรือหลายปี  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย


           กล่าวเฉพาะปัญหาในชุมชน  ปัญหาบางอย่างมีความจำเป็นเร่งด่วน  บางอย่างมีความซับซ้อน  บางอย่างเกิดขึ้นแล้วดับไป  บางอย่างอยู่ยาวมาจนถึงปัจจุบัน  และบางอย่างกำลังเกิดขึ้นในขณะที่เรากำลังสื่อสารกันอยู่นี้ การจัดการกับปัญหาแต่ละอย่างจึงแตกต่างกัน
 
           การดำเนินงานวิจัยชุมชน  จึงไม่ควรใช้ระยะเวลาการดำเนินงาน  เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของงานวิจัยชุมชนเสมอไป  ใช่ว่างานวิจัยชุมชนที่ดี  มีคุณภาพ  จะต้องใช้ระยะเวลายาวนาน  เพราะหากความรู้ความจริงที่ค้นพบ  อุปมาเหมือนยาดีที่นักวิจัยเชื่อมั่นว่ารักษาปัญหาของชุมชนได้  ถูกนำมาใช้ไม่ถูกจุด  ไม่ทันการณ์   ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดความสิ้นเปลืองในหลายด้าน  แต่ปัญหาดังกล่าวอาจขยายตัวลุกลามจนยากจะแก้ไข

           สำหรับโครงการวิจัย  รูปแบบและแนวทางการพัฒนาผ้าพื้นเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู  ถูกออกแบบให้มีการดำเนินงานเชิงรุก  มีเป้าหมายหลักเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน  โดยคำนึงถึงการกินดีอยู่ดีของครอบครัวคนทอผ้าพื้นเมือง  ทั้งนี้  เชื่อว่า  ถึงที่สุดแล้วคนที่ประกอบอาชีพทอผ้าอาจไม่จำเป็นจะต้องทอผ้าเป็นอาชีพเสริมเท่านั้น  หากฟ้าฝนไม่อำนวย  ชาวบ้านทำการเกษตรไม่ได้ผลเท่าที่ควรจะเป็น  อาชีพทอผ้าพื้นเมือง  อาจเป็นอาชีพทางเลือกที่จะทำให้คนหนองบัวลำภู  มีรายได้อย่างต่อเนื่อง  เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัว      

ความเป็นมา    
           จากการจัดกิจกรรมพัฒนาโจทย์วิจัยร่วมกับกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง  ครอบคลุมพื้นที่ทุกอำเภอในจังหวัดหนองบัวลำภู  และเป็นที่ยอมรับของคนในจังหวัดหนองบัวลำภู  จำนวน  8  กลุ่ม  ได้แก่  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านโพธิ์ค้ำ  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนากลาง  หมู่ 7  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านเพ็กเฟื้อย  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านกุดกวางสร้อย  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านโนนสว่าง  กลุ่มเย็บผ้าด้วยมือขวัญตาผ้าทอ  และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครือข่ายแม่บ้านสิ่งแวดล้อมตำบลนาสี  ในวันที่  24-26  กุมภาพันธ์  2559  ณ  โรงแรมโชควิวัฒน์  เฮาส์  อำเภอเมืองหนองบัวลำภู  จังหวัดหนองบัวลำภู  ที่ผ่านมา 


           ทำให้ได้โจทย์วิจัยกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู  ซึ่งถือว่าเป็นรูปแบบและแนวทางการพัฒนาผ้าพื้นเมืองในภาพรวมของจังหวัด  ในรายละเอียดกำหนดแนวทางการพัฒนาสำหรับกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองที่มีศักยภาพสูง  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองที่มีศักยภาพปานกลาง  และกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองที่กำลังพัฒนา  เป็นการศึกษาภาพใหญ่เพื่อให้เห็นโครงสร้างการดำเนินงาน  ศักยภาพและปัญหาอุปสรรค  ตลอดจนแนวทางการพัฒนาของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู

           ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานระยะต่อมา  คณะนักวิจัยและตัวแทนกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองในจังหวัดหนองบัวลำภู  ได้มีความเห็นร่วมกันว่า  สมควรค้นหารูปแบบและแนวทางการพัฒนาในระดับชุมชน  สร้างชุมชนต้นแบบการพัฒนา  แล้วจึงขยายผลการเรียนรู้สู่กลุ่มอื่นๆ  ในอนาคต  ทั้งนี้ใช้วิธีการประเมินศักยภาพกลุ่มที่มีความพร้อม  โดยเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในหลายประเด็น  จากนั้นจึงทดลองจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในพื้นที่  เพื่อประเมินความพร้อมด้านการจัดการ      

           กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีศักยภาพสูง  เป็นกลุ่มที่นักวิจัยได้ตัดสินใจ  คัดเลือกให้นำร่องชุมชนต้นแบบการพัฒนา  เนื่องจากกลุ่มนี้มีการสืบทอดภูมิปัญญา  มีความเป็นชุมชนสูง  สมาชิกมีความสัมพันธ์กันในหลายด้านไม่จำเพาะความสัมพันธ์ทางธุรกิจเท่านั้น  สามารถพึ่งพาตนเองได้  มีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน  มีผู้นำกลุ่มที่เข้มแข็ง  สมาชิกมีทักษะการดำเนินงานในบทบาทหน้าที่ของตน  และมีจำนวนคงอยู่ถาวร  ยอมรับกฎกติกากลุ่มร่วมกัน  มีรายได้จากการจำหน่ายผ้าพื้นเมืองสม่ำเสมอ  มีการแบ่งปันผลประโยชน์ที่สมาชิกกลุ่มยอมรับและเห็นว่ามีความยุติธรรม

           ที่สำคัญที่สุด  ก็คือ  ประธาน  ที่ปรึกษา  และสมาชิกกลุ่ม  มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนา  ผลักดันให้การทอผ้าพื้นเมืองในพื้นที่  สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวหนองบัวลำภู  จนสามารถเป็นทางเลือก  ใช้ประกอบเป็นอาชีพหลัก  นอกเหนือจากอาชีพในภาคเกษตรกรรม 

           การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาโจทย์วิจัยกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  คณะนักวิจัย  ได้
กำหนดจัดกิจกรรมเป็น  2  ช่วง  ช่วงแรก  เป็นการวิเคราะห์ศักยภาพและปัญหาอุปสรรคร่วมกัน  เพื่อพัฒนาโจทย์วิจัยระดับชุมชน  ระหว่างวันที่  1- 3  พฤษภาคม  2559  ณ  ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  ช่วงที่ 2  เป็นการปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว  ระหว่างวันที่  4- 6  พฤษภาคม  2559  ณ  ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ

           มีเป้าหมายหลัก  3  ประการ  คือ
           ประการที่ 1  เพื่อพัฒนาโจทย์วิจัยกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  ซึ่งเป็นโจทย์วิจัยระดับชุมชน  ต่อยอดจากโจทย์วิจัยในระดับจังหวัดที่เคยจัดกิจกรรมไปแล้ว 
           ประการที่ 2  เพื่อแก้ปัญหาจากโจทย์วิจัย  โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของสมาชิกกลุ่ม

           ประการที่ 3  เพื่อทดลองจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในพื้นที่ต้นแบบ  เพื่อให้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของชุมชน  เช่น  การบริหารจัดการกลุ่ม  ทัศนคติ  ความสนใจ  ความพร้อมเพรียง  และความกระตือรือร้นของสมาชิก  ความพร้อมของอาคารสถานที่  ศักยภาพในการจัดการอาหารพื้นบ้าน  เป็นต้น


การดำเนินงาน
           การจัดกิจกรรมช่วงแรก  อาจารย์บุญเสริฐ   เสียงสนั่น  และอาจารย์วิเชียร   สอนจันทร์  วิทยากรกระบวนการ,  อาจารย์วสันต์   บุญล้น  หัวหน้าโครงการ,  นักวิจัยวิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู,  แกนนำกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ,  ได้ร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพและปัญหาอุปสรรคของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  เพื่อเก็บประเด็นทั้งหมด  และถอดบางประเด็นที่เห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน


           จากนั้น  ได้นำประเด็นเข้าสู่ที่ประชุมสมาชิกกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ 

           ผลปรากฏว่า  สมาชิกกลุ่มมีความเห็นร่วมกันว่า  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  เป็นกลุ่มที่ทอผ้าลายขิดสลับหมี่  เป็นลายเอกลักษณ์เนื้อผ้ามีสัมผัสอ่อนนุ่มจากการหมักน้ำข้าวพันธุ์พื้นเมือง  สีสันออกแบบเป็นสีพื้น  ไม่ฉูดฉาด  จึงได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อ  กลุ่มนี้จึงไม่มีปัญหาเรื่องการสร้างอัตลักษณ์ 

           การบริหารจัดการกลุ่ม  นางพันธ์   สุภาผล  เป็นที่ปรึกษากลุ่ม  นายกิติพันธ์   สุทธิสา  เป็นประธานกลุ่ม  นางเทวา  สุทธิสา  เป็นผู้ช่วยประธานกลุ่ม  ในส่วนบริหารทำหน้าที่หาช่องทางการจำหน่าย  กำหนดบทบาทหน้าที่ของสมาชิก  ประเภท  ราคา  และควบคุมคุณภาพผ้าทอ  ออกแบบลวดลายใหม่ๆ  และกรรมวิธีการทอเพื่อถ่ายทอดแก่สมาชิก  จัดการปริมาณการผลิตให้สัมพันธ์กับความต้องการของตลาด  หาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในกลุ่ม  และจัดการปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นภายในกลุ่ม     

           สมาชิกกลุ่ม  ได้แบ่งบทบาททำหน้าที่  เลขานุการ  เหรัญญิก  ประชาสัมพันธ์  และหน้าที่อื่น  เช่นเดียวกันกับกลุ่มผ้าทออื่นๆ  กลุ่มนี้มีการประชุมกลุ่มอย่างสม่ำเสมอ  มีกฎกติกาที่ยอมรับร่วมกันชัดเจน   มีการชี้แจงทำความเข้าใจรายรับรายจ่าย  มีการแบ่งปันผลประโยชน์ตามกำลังการผลิตที่แต่ละคนทำได้  กลุ่มนี้จึงไม่มีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการกลุ่ม

          สำหรับกำลังการผลิตและคุณภาพผ้าทอของกลุ่ม  มีกำลังการผลิตต่อเดือน  ผ้าขิด  ประมาณ  1,000  เมตร  ผ้าพื้น  ประมาณ  500  เมตร  ผ้าของกลุ่มได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน(มผช.)  และกำหนดมาตรฐานกลาง  ให้ผ้าทอของกลุ่ม  ทอแน่น  ไม่โปร่งบาง  โดยกำหนดขนาดฟืมต้องไม่ต่ำกว่า  1,200 ฟันฟืม  ต่อเมตร  ผ้าจึงจะทอแน่นมีความละเอียด  เนื้อผ้ามีความอ่อนนุ่ม  สีไม่ตก  ทนต่อแสงแดดและการซักรีด  น้ำที่ใช้ย้อมมีความเป็นกลางไม่ทำให้เกิดอาการแพ้แก่ผู้สวมใส่  ส่วนน้ำหมักข้าวพันธุ์พื้นเมืองต้องนำน้ำซาวข้าวมาทิ้งไว้ให้ตกตะกอน  แล้วรินน้ำส่วนบนที่ไม่ตกตะกอนนำมาหมัก  ผ้าจึงจะมีกลิ่นหอมและอ่อนนุ่ม  หากหมักผ้าลงในน้ำที่ตกตะกอน  ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่าง  จะทำให้เนื้อผ้าแข็งกระด้าง  ไม่น่าสวมใส่


           กระบวนการผลิตผ้าพื้นเมือง  สามารถแบ่งอย่างง่ายเป็น  2  ขั้นตอนใหญ่ๆ  ได้แก่  การเตรียมเส้นพุง  เส้นยืน  และการทอ

           สำหรับสมาชิกกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  การทอเป็นขั้นตอนที่สมาชิกกลุ่มทุกคนทำได้  ทำเป็น  มีความเชี่ยวชาญ  เนื่องจากเป็นคุณสมบัติที่สมาชิกจะต้องมี  จึงจะสามารถรับเข้ามาเป็นสมาชิกกลุ่มได้  และขั้นตอนการย้อมก็ถือเป็นขั้นตอนที่ทุกคนทำได้  แม้มีเทคนิคแตกต่างกันเล็กน้อย  แต่ให้ผลลัพธ์ไม่แตกต่างกันมากนัก  เมื่อรวมระยะเวลาการผลิตแล้ว  ผ้าทอแต่ละม้วนสมาชิกกลุ่มใช้ระยะเวลาการผลิตไม่ต่ำกว่า 2 เดือน  เมื่อสอบถามคณะกรรมการบริหารกลุ่มก็พบว่า  ปัจจุบันกลุ่มประสบปัญหาเรื่องการผลิตไม่ทันตามความต้องการของตลาด  โดยเฉพาะในช่วงฤดูทำนา  ทำไร่อ้อย 

          ในอดีตที่ผ่านมา  คณะกรรมการบริหารกลุ่มใช้วิธีการรับซื้อผ้าทอจากสมาชิกเพื่อกักตุนไว้  โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์  ถึงเดือนพฤษภาคม  ซึ่งสมาชิกกลุ่มจะทอผ้ามาก  เนื่องจากยังไม่ถึงฤดูทำการเกษตร  แต่อย่างไรก็ตาม  วิธีการนี้  เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ขาดความยั่งยืน  เนื่องจากออเดอร์สั่งซื้อจากลูกค้าในแต่ละปีมีจำนวนมาก  และมักกำหนดส่งผ้าทอในห้วงเวลาจำกัด  เมื่อกลุ่มไม่สามารถผลิตให้ทันตามความต้องการ  ลูกค้าจึงขาดความเชื่อมั่น  และมักจะเปลี่ยนไปสั่งผ้าทอประเภทอื่นจากกลุ่มอื่นแทน

           คณะนักวิจัย  และสมาชิกกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  จึงมีความเห็นร่วมกันว่า  กลุ่มประสบปัญหาเรื่องการผลิตไม่ทันตามความต้องการของตลาด  แต่จะอยู่ในขั้นตอนใดนั้น  ยังไม่สามารถระบุได้  แต่จะต้องไม่ใช่ขั้นตอนการทอแน่นอน  เพราะขั้นตอนนี้สมาชิกทุกคนมีความเชี่ยวชาญ  และสามารถทอได้อย่างน้อยคนละ  2  เมตรต่อวัน

           นับเป็นปัญหาที่ท้าทาย  สำหรับคณะนักวิจัย  และสมาชิกกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ

           ในวันที่ 3  ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการพัฒนาโจทย์วิจัยระดับชุมชน  คณะนักวิจัย  และสมาชิกกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  ได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นเพื่อค้นหา  ขั้นตอนสำคัญที่ทำให้การทอผ้าพื้นเมืองของกลุ่มมีความล่าช้า  จนได้ข้อสรุปว่า  มีอยู่  4  ขั้นตอน  ดังนี้
               1.การกรอด้าย
               2.การค้นและสืบเส้นยืน
               3.การสอดฟันฟืม
               4.การเก็บเขา
           สรุปเป็นโจทย์วิจัยระดับชุมชนของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ


          การจัดกิจกรรมช่วงที่สอง  อาจารย์จรูญ   พาระมี  และคณะ  วิทยากรปฏิบัติการนักวิจัยวิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภูสมาชิกกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮได้นำโจทย์วิจัยระดับชุมชนของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  มาพิจารณาทั้ง 4 ขั้นตอน  ได้แก่  การกรอด้าย  การค้นและสืบเส้นยืน  การสอดฟันฟืม
การเก็บเขา  โดยให้สมาชิกกลุ่มสาธิตวิธีดั้งเดิมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาในอดีต  ซึ่งมีความล่าช้า  จากนั้นอาจารย์จรูญ   พาระมี  และคณะ  ได้เสนอวิธีการที่ประยุกต์มาจากวิธีการเดิมที่เน้นการใช้วัสดุในท้องถิ่นที่มีอยู่แล้ว  แต่ใช้ระยะเวลาน้อยลง  


            การกรอด้าย  สาธิตวิธีการทำ  และเสนอให้ใช้มอเตอร์ประยุกต์มาใช้  เพื่อประหยัดเวลา

            การค้นและสืบเส้นยืน  สาธิตวิธีการทำ  และเสนอให้ใช้น็อตวางทับเส้นด้ายที่หัวตะปูรางยึด  และใช้กระบอกไม้ไผ่ผิวเรียบรูดเส้นด้าย  แทนการใช้มือรูดเพื่อประหยัดเวลา  และช่วยการเรียงตัวของเส้นด้ายไม่ให้พันกัน

            การสอดฟันฟืม  จากเดิมที่ใช้  คนเดียวสอดใช้ระยะเวลาอย่างน้อย  3  วันต่อฟืม  สาธิตวิธีการทำ  และเสนอให้ใช้  2  คนช่วยกัน  โดยตั้งฟืมในแนวตั้ง  คนแรกทำหน้าที่ใช้เล็บกดฟันฟืม  แล้วใช้ไม้สอดฟันฟืมไปฝั่งตรงข้าม  อีกคนหยิบด้ายลงมาทีละเส้นเพื่อคล้องปลายไม้  วิธีการนี้ใช้เวลาไม่เกิน  30  นาทีต่อฟืม  จึงถือว่าประหยัดเวลาลงไปได้มาก

           การเก็บเขา  สาธิตวิธีการทำ  และเสนอให้ใช้ไม้แผ่นสั้นมาช่วยในการทำงาน  เพื่อความสะดวกรวดเร็ว
           จากการทดลองปฏิบัติของสมาชิกกลุ่มทุกคน  พบว่า  ทุกคนมีทัศนคติที่ดีต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสามารถทำได้  แต่จะมีความชำนาญแตกต่างกัน  บางคนถนัดสอดฟันฟืม  บางคนถนัดเก็บเขา  ซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นฐานในกระบวนการทอผ้า  ความถนัด  และความสนใจ 


           ภายหลังการฝึกปฏิบัติเสร็จสิ้น  สมาชิกทุกคนเห็นว่า  หากฝึกปฏิบัติจนมีความชำนาญทุกขั้นตอน  ปัญหาเรื่องการผลิตไม่ทันตามความต้องการของตลาดของกลุ่มก็จะหมดไป  จึงกล่าวได้ว่าการดำเนินงานครั้งนี้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย  รูปแบบและแนวทางการพัฒนาผ้าพื้นเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู 
          แต่จะบรรลุเป้าหมายเรื่องการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนหรือไม่นั้น  สมาชิกกลุ่มยังไม่แน่ใจ 
          อาจารย์วสันต์   บุญล้น  และคณะนักวิจัย  จึงได้นำเสนอนาคำไฮ  โมเดล  

          โดยมีความเชื่อว่ากลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  มีความเข้มแข็งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าสู่ชุมชนได้  เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาในชุมชนแล้ว  จึงส่งต่อนักท่องเที่ยวไปสู่กลุ่มอาชีพอื่นเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้  โดยอาศัยทุนทางวัฒนธรรม  ทุนทางสังคม  การประชาสัมพันธ์  การคมนาคมที่ความสะดวกสบาย  และความร่วมมือจากกลุ่มอาชีพอื่น  ที่มีอยู่ในชุมชน  เช่น  กลุ่มข้าวฮาง  กลุ่มเกษตรอินทรีย์  กลุ่มอาหาร  กลุ่มศิลปินพื้นบ้าน  เป็นต้น 

           ในระดับชุมชน  อนาคตอันใกล้  ควรได้มีการหารือแนวทางการกำหนด  “แผนที่ท่องเที่ยวโดยชุมชน”  ในพื้นที่ตำบลนาคำไฮ  โดยเชิญตัวแทนกลุ่มอาชีพทุกกลุ่ม  ตัวแทนหน่วยงานในพื้นที่  วัด  สถานศึกษา  ผู้นำชุมชน  มาค้นหาศักยภาพที่แท้จริงของนาคำไฮ  ร่วมกันออกแบบ  หาแนวทางพัฒนากลุ่ม  ตลอดจนการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนร่วมกัน  เพราะลำพังการดำเนินงานของกลุ่มอาชีพใดอาชีพหนึ่ง  หากไม่บูรณาการความร่วมมือกับกลุ่มอาชีพอื่นในชุมชนแล้ว  ย่อมเป็นไปได้ยากที่จะทำให้ชุมชนเข้มแข็งได้  

           ในระดับจังหวัด  อนาคตอันใกล้  ควรได้มีการหารือแนวทางการกำหนด  ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวกลุ่มอาชีพ  ซึ่งกระจายตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู  เช่น  กลุ่มทอผ้า  กลุ่มข้าวฮาง  กลุ่มเกษตรอินทรีย์  เป็นต้น  ทั้งนี้  ควรเชื่อมโยงกับการจัดการที่พักขนาดเล็ก  อาหารพื้นบ้าน  และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม  เช่น  ถ้ำเอราวัณ  วนอุทยานน้ำตกเฒ่าโต้  พิพิธภัณฑ์หอยหินโบราณ  ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ  วัดถ้ำกลองเพล  เป็นต้น

           นาคำไฮ  โมเดล  เป็นผลจากการพัฒนาโจทย์วิจัยระดับชุมชน  เป็นทางเลือกการพัฒนาที่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน  ที่คณะนักวิจัยเชื่อมั่นว่าชุมชนอื่นๆ  ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูที่มีบริบทคล้ายกันอาจนำไปประยุกต์ใช้ได้  เพื่อเป้าหมายเดียวกัน  คือ  “เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน”

โจทย์วิจัยกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู

งานวิจัยชุมชน  หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าความคิดเห็นของนักวิจัยที่มีต่อผลการดำเนินงาน  ก็คือ  สรุปผลการวิจัยดีๆ  นี่เอง  ฉะนั้นการทำงานกับชุมชนจึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง  ทั้งความคิดเห็น  และการกระทำ  โดยไม่เผลอไปสร้างความคาดหวังให้กับชุมชนมากเกินไป

  
ขอนำเรียน  พี่น้องนักพัฒนาว่า  บนเส้นทางการพัฒนา  ชาวบ้านไม่ใช่ภาชนะว่างเปล่า  นักวิจัยจึงไม่ควรคิดแทน  แต่ควรคำนึงถึงความเป็นมาและสิ่งที่ชุมชนมีอยู่   ควรทำหน้าที่เชื่อมประสานอดีตกับปัจจุบัน  ปัจจุบันกับสิ่งที่ชุมชนคาดหวังในอนาคต  และนักวิจัยต้องเลิกมองชาวบ้านเป็นคนนอก  เป็นเครื่องมือ  เป็นใครก็ได้ที่สามารถให้ข้อมูลกับเรา 

กระบวนทัศน์เดิมที่มุ่งแสวงหาความรู้ความจริง  ผ่านกระบวนการวิจัยที่เข้มงวด  จนละเลยการนำความจริงมาใช้ประโยชน์จึงสมควรได้รับการทบทวน  

ธรรมชาติของงานวิจัยชุมชนจึงเป็นงานกรณีศึกษา  ไม่สามารถอนุมานผลการศึกษาไปยังชุมชนอื่นโดยตรง  ไม่สามารถควบคุมตัวแปรได้เหมือนในห้องทดลอง  เวลาเปลี่ยน  บริบทชุมชนเปลี่ยน  ความจริงที่เคยค้นพบไม่สามารถนำมาใช้ได้ 

สำหรับบทความนี้  กระผมขอนำเสนอผลการพัฒนาโจทย์วิจัยร่วมกับชาวบ้าน  โดยเฉพาะชาวบ้านที่ทอผ้าได้  ทอผ้าเป็น  จนรวมตัวกันเป็นกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองในจังหวัดหนองบัวลำภู  ภายใต้ชื่อโครงการวิจัย  รูปแบบและแนวทางการพัฒนาผ้าพื้นเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู  ซึ่งมีปรัชญาการดำเนินงาน  พัฒนาคนผ่านกระบวนการวิจัย  สู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วม กำหนดวัตถุประสงค์    หนึ่ง  เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านกระบวนการวิจัยชุมชน    สอง  เพื่อค้นหารูปแบบและแนวทางการพัฒนาผ้าพื้นเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู    สาม  เพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองหนองบัวลำภู    สี่      เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายผ้าพื้นเมืองหนองบัวลำภูกำหนดกิจกรรม    หนึ่ง  เก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง    สอง  พัฒนาโจทย์วิจัย    สาม  ทดลองปฏิบัติการ    สี่      สรุป  ประเมินผล  ถอดบทเรียน  สร้างองค์ความรู้    ห้า    นำไปใช้ในพื้นที่  ขยายผลการเรียนรู้    หก    กิจกรรมสนับสนุน  ปัจจุบันคณะนักวิจัยได้ดำเนินงานมาถึง  กิจกรรมที่สอง  พัฒนาโจทย์วิจัย  และดำเนินการกิจกรรมที่หก  ซึ่งเป็นกิจกรรมสนับสนุนเป็นระยะ 
           จากการศึกษาวิจัย  โดยการเก็บรวบรวมข้อมูล  เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  และพัฒนาโจทย์วิจัยร่วมกับตัวแทนกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง  เป็นที่ยอมรับของคนในท้องถิ่น  จำนวน  8  กลุ่ม  ครอบคลุมพื้นที่ทุกอำเภอในจังหวัดหนองบัวลำภู  ได้แก่  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านโพธิ์ค้ำ  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนากลาง  หมู่ 7  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านเพ็กเฟื้อย  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านกุดกวางสร้อย  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านโนนสว่าง  กลุ่มเย็บผ้าด้วยมือขวัญตาผ้าทอ  และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครือข่ายแม่บ้านสิ่งแวดล้อมตำบลนาสี
               พบว่า  กลุ่มทอผ้าทุกกลุ่มมีการกำหนดเป้าหมายกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนโดยคำนึงถึงศักยภาพและข้อจำกัดของกลุ่มทอผ้าเป็นสำคัญ  มีรายละเอียด  ดังนี้
               กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่มีความโดดเด่น  คือ  ผ้าลายขิดสลับหมี่  จากปณิธานของคุณแม่พันธ์   สุภาผล  ที่ต้องการประยุกต์ผ้าลายสามกษัตริย์ที่เป็นลายเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดอุดรธานีในอดีต(เดิมหนองบัวลำภูเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี)  ให้มีความทันสมัย  ตอบสนองความต้องการของตลาด  กลุ่มทอผ้าได้ทอผ้าที่มีสัมผัสอ่อนนุ่มจากการหมักน้ำข้าวพันธุ์พื้นเมือง  ออกแบบ  เลือกโทนสีผ้า  กำหนดให้เป็นสีพื้นที่มีความร่วมสมัย  ไม่ฉูดฉาด  คนทั่วไปสามารถใช้ได้เนื่องจากสวมใส่ได้หลากหลายโอกาส  ให้ความรู้สึกเรียบง่ายและหรูหรา  กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นคนวัยทำงาน  คนชั้นกลางในสังคมปัจจุบัน  ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับการยอมรับและส่งจำหน่ายทั่วประเทศ     

           กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านโพธิ์ค้ำ  ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่มีความโดดเด่น  คือ  ผ้าขิดไหม  เป็นการทอผ้าด้วยกรรมวิธี  เขี่ย  หรือสะกิดเส้นด้ายยืนขึ้น  แล้วสอดเส้นพุ่งไปตามแนวเส้นยืน  จังหวะการสอดเส้นพุ่งจะทำให้เกิดลวดลายรูปแบบต่างๆ  การออกแบบลายขิด  สร้างจากจินตนาการของคุณแม่ลำดวน  นันทะสุธา        ครูภูมิปัญญาในพื้นที่  ลวดลายใหม่ๆ  ถูกคิดค้นออกมาอย่างต่อเนื่อง  โดยจินตนาการขึ้นจากสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว  วัฒนธรรมประเพณีอีสาน  ประสบการณ์  ความเชี่ยวชาญในการทอผ้า  ทำให้ผ้าขิดไหมบ้านโพธิ์ค้ำ  มีความหรูหรา  ทรงคุณค่า  ได้รับการยอมรับทั้งจากคนในพื้นที่  และคนต่างจังหวัด  ในปี  พ.ศ.2558  ผ้าลายคำขวัญจังหวัดหนองบัวลำภู  ของกลุ่มทอผ้าได้รับรางวัลชนะเลิศ  อันดับ 1  OTOP  2015  ระดับประเทศ  เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป  กลุ่มลูกค้าของกลุ่มทอผ้าส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีกำลังซื้อสูง  นักสะสมหรือผู้ที่มีความนิยมผ้าพื้นเมืองเป็นพิเศษ  เนื่องจากผ้าแต่ละผืนของกลุ่ม  ผลิตจากเส้นไหมคุณภาพ  มีกรรมวิธีผลิตที่ละเอียดซับซ้อน  ต้องใช้ความชำนาญ  และความอดทนของผู้ทอสูง   

           กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนากลาง  หมู่ 7  เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นใหม่  ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอนาวัง  เป็นกลุ่มที่เรียนรู้ประสบการณ์จากกลุ่มอื่น  เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ  มีเอกลักษณ์  และตอบสนองความต้องการของตลาด  สมาชิกกลุ่มมีความรักความสามัคคี  เนื่องจากรูปแบบการมีส่วนร่วมไม่จำเพาะการทอผ้าเท่านั้น  แต่ยังรวมถึงกิจกรรมทางสังคม  การมีส่วนร่วมกับหน่วยงานทั้งจากภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง             ที่ผ่านมากลุ่มทอผ้าให้ความสำคัญกับอุปสงค์ของผู้ซื้อเป็นหลัก  แต่ต่อมาได้พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างเอกลักษณ์  มองหาจุดยืนในตลาดผ้าทอ  แต่ยังคงมีกระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน  วัสดุราคาไม่แพง  คนพื้นถิ่นสามารถซื้อหาได้  ปัจจุบัน  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนากลาง  หมู่ 7  จำหน่ายทั้งผ้าผืนและผ้าสำเร็จรูป  กลุ่มลูกค้าเป็นคนวัยทำงาน  โดยเฉพาะชาวหนองบัวลำภู  ที่ต้องการผ้าสำเร็จรูปราคาไม่แพงมากนัก  รูปแบบไม่หรูหราเกินไป

           กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านเพ็กเฟื้อย  ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่มีความโดดเด่น  คือ  ผ้าไหมพื้นเมือง  กลุ่มนี้มีสมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ  ลวดลายบนผืนผ้าเป็นลวดลายเลขาคณิต  เช่น  ลายข้าวหลามตัด  ลายขัดพื้นฐาน  ลายคลื่นทะเล  ซึ่งลวดลายเหล่านี้  พบเห็นได้ทั่วไปในท้องตลาด  แต่จากการส่งเสริมของกรมหม่อนไหม  ทำให้สมาชิกกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเอง  ไหมที่ได้จึงเป็นไหมพื้นบ้านที่มีคุณค่าทางจิตใจ  กล่าวได้ว่า  ผ้าทุกผืนของกลุ่มมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของสมาชิกกลุ่ม  การทอผ้าแต่ละผืนจึงต้องใช้ระยะเวลามากกว่ากลุ่มอื่นๆ  ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าชาวหนองบัวลำภู  เมื่อมีงานบุญกฐิน  บุญผ้าป่า  งานแต่งงาน  หรืองานประเพณีอื่นๆ  ก็มักจะเป็นที่ทราบกันว่าต้องมาซื้อหาที่กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านเพ็กเฟื้อย  
              กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านกุดกวางสร้อย  ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่มีความโดดเด่น  คือ  ผ้าลายกุดกวางสร้อย  ซึ่งออกแบบลายจากโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในพื้นที่  กลุ่มนี้มีหน่วยงานทั้งจากภาครัฐและเอกชนเข้ามาสนับสนุนหลายฝ่าย  โดยออกแบบพื้นที่ให้มีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน  บริการโฮมสเตย์  และมีคุณสุมามาลย์   เต๋จ๊ะ  ประธานกลุ่มเย็บผ้าด้วยมือขวัญตาผ้าทอ  เป็นผู้ให้ความรู้  และส่งเสริมการจำหน่าย  ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มส่วนใหญ่จึงเป็นผ้าสำเร็จรูป  โดยเฉพาะชุดซาฟารีทั้งชายและหญิง  ซึ่งกลุ่มอื่นๆ  ไม่นิยมตัดเย็บ
            ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม  ผ่านการออกแบบ  การตัดเย็บ  การควบคุมคุณภาพ  จากกลุ่มเย็บผ้าด้วยมือขวัญตาผ้าทอ  แล้วส่งคืนมาจำหน่ายภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านกุดกวางสร้อย                  กลุ่มลูกค้าที่สำคัญของกลุ่ม  คือ  บุคลากรของหน่วยงานทั้งจากภาครัฐ  และเอกชน  ในจังหวัดหนองบัวลำภู  และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  ซึ่งต้องการผ้าสำเร็จรูปที่สะท้อนความเป็นหนองบัวลำภูบนผืนผ้า

            กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านโนนสว่าง  ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่มีความโดดเด่น  คือ  ผ้าลายราชวัตร  โดยคุณทองใบ   บุญแน่น  คิดค้นกระบวนการทอเป็น 4 ตะกอ  การให้เส้นยืน  เส้นพุ่ง  ที่มีความแตกต่าง  ผ้าทอที่ได้จะให้ความรู้สึกลึกลับ  น่าค้นหา  ให้ภาพ  3  มิติ  มองดูไม่เบื่อง่าย  โทนสีอยู่ในกลุ่มเทา  ดำ  น้ำตาล  ม่วง  สีสนิม  สีพื้นดิน
             กลุ่มทอผ้ามีสมาชิกเป็นคนในชุมชน  และชุมชนใกล้เคียง  กำหนดตารางการผลิตผ้าพื้นเมืองโดยไม่ให้กระทบต่องานในภาคเกษตรกรรม  สมาชิกจึงมีความพึงพอใจ  และให้ความร่วมมือในกิจกรรมของกลุ่มเป็นอย่างดี  กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว  คนวัยทำงานที่ต้องการผ้าทอที่แปลกตา  มีความสร้างสรรค์      

             กลุ่มเย็บผ้าด้วยมือขวัญตาผ้าทอ  ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่มีความโดดเด่น  คือ  ผ้าแปรรูป  ทั้งที่เป็นเสื้อผ้าด้นมือ  ผ้าพันคอ  ผ้าคลุมไหล่  เนคไท  และผลิตภัณฑ์อื่นๆ  อีกมากมาย  โดยคุณสุมามาลย์  เต๋จ๊ะ  ประธานกลุ่มเย็บผ้าด้วยมือขวัญตาผ้าทอ  มีปณิธานที่จะผลิตผ้าพื้นเมืองผนวกกับแนวคิดแฟชั่นยุคใหม่ให้ออกมาดูร่วมสมัย  คนทั่วไปสามารถสวมใส่ได้หลายโอกาส  จากปณิธานดังกล่าว  ทำให้กลุ่มนี้  ไม่ได้อ้างอิงตลาดภายในจังหวัดหนองบัวลำภู  ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจำหน่ายทั่วประเทศ  โดยมีร้านสาขาในกรุงเทพมหานคร  และจังหวัดอุดรธานี  การกำหนดราคาจึงอ้างอิงตลาดสากลทั่วไป                 ส่วนกลุ่มลูกค้าภายในจังหวัดที่สำคัญ  คือ  บุคลากรของหน่วยงานทั้งจากภาครัฐ  และเอกชน  และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ  ซึ่งต้องการผ้าสำเร็จรูปที่สะท้อนความเป็นหนองบัวลำภูบนผืนผ้า  เช่นเดียวกันกับกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านกุดกวางสร้อย 

             กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครือข่ายแม่บ้านสิ่งแวดล้อมตำบลนาสี  ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่มีความโดดเด่น  คือ  ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ  จากกระบวนการผลิตที่ใส่ใจทุกขั้นตอน  โดยนำเปลือกไม้ในพื้นที่  เช่น  เปลือกประดู่  เปลือกเพกา  เปลือกมะกอก  เปลือกยูคาลิปตัส  มาย้อมสร้างสีสันบนผืนผ้า  ทำให้ผ้าฝ้ายที่ได้มีเสน่ห์  มีสีสันที่เป็นเอกลักษณ์  เนื่องจากเปลือกไม้ต่างชนิดกันจะให้สีที่แตกต่างกัน  เปลือกไม้ชนิดเดียวกัน  แต่อายุไม้ไม่เท่ากัน  ก็ให้สีที่แตกต่างกัน  ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้น  ภายหลังจากการเก็บเปลือกไม้เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการย้อมสี  ชาวบ้านจะใช้ดินโคลนที่อุดมสมบูรณ์โป่ะบริเวณปากแผลทันที  เพื่อรักษาเนื้อเยื่อ  ทอดระยะเวลาอีก 6 เดือน  จะสามารถเก็บเปลือกไม้บริเวณนั้นได้ใหม่  จึงถือได้ว่ากระบวนการผลิตผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติเป็นภูมิปัญญาของชาวหนองบัวลำภู                กลุ่มลูกค้าของกลุ่มส่วนใหญ่เป็นคนในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวที่นิยมความเป็นธรรมชาติ  และกลุ่มธรรมชาติบำบัดที่เชื่อว่าเมื่อสวมใส่เสื้อผ้าย้อมสีธรรมชาติแล้วจะช่วยบรรเทาโรคภัยไข้เจ็บบางประเภท  เช่น  โรคภูมิแพ้  โรคผิวหนัง  โรคไซนัส  เป็นต้น

             

แนวทางการพัฒนากลุ่มทอผ้าพื้นเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู  แบ่งออกได้เป็น  3  กลุ่ม  ดังนี้
            1.กลุ่มที่มีศักยภาพสูง  ได้แก่   กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านโพธิ์ค้ำ  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านโนนสว่าง  กลุ่มเย็บผ้าด้วยมือขวัญตาผ้าทอ                   กลุ่มเหล่านี้สามารถพึ่งพาตนเองได้  มีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน  มีผู้นำกลุ่มที่เข้มแข็ง  สมาชิกมีทักษะการดำเนินงานในบทบาทหน้าที่ของตนและมีจำนวนคงอยู่ถาวร  ยอมรับกฎกติกากลุ่มร่วมกัน  ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ศักยภาพและปัญหาอุปสรรคร่วมกัน  มีรายได้จากการจำหน่ายผ้าพื้นเมืองสม่ำเสมอ  มีการแบ่งปันผลประโยชน์ที่สมาชิกกลุ่มยอมรับและเห็นว่ามีความยุติธรรม                      สิ่งที่ควรดำเนินการต่อไป คือ  การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน  โดยขยายกรอบการพัฒนาให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายคนในชุมชน  ซึ่งไม่จำเพาะกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองเท่านั้น
                   ในระยะแรกของการพัฒนา  อาจทดลองจัดประชุมในพื้นที่ต้นแบบ  เพื่อให้เห็นศักยภาพที่แท้จริง  และกระจายรายได้สู่ชุมชน                         โดยอาจใช้แนวคิด  การท่องเที่ยวโดยชุมชนเข้ามาต่อยอด  เนื่องจากแต่ละกลุ่มมีทุนด้านผ้าทอพื้นเมือง(สมาชิกกลุ่มที่มีความสามารถควรส่งเสริมให้เป็นวิทยากร),  กลุ่มอาชีพอื่นในชุมชน(กลุ่มข้าวฮาง  กลุ่มผู้สูงอายุ  กลุ่มจักสาน  กลุ่มเกษตรอินทรีย์),  อาหารพื้นบ้านอีสาน(ส้มตำ  แกงหน่อไม้  แกงอ่อม  ลาบปลา  ลวกผักหวาน  หมกเห็ด  ยำไข่มดแดง  ข้าวต้มมัด  น้ำสมุนไพร),  ป่าชุมชน(ส่งเสริมไกด์ท้องถิ่น  การดูแลรักษาป่าร่วมกัน),  การแสดงพื้นบ้าน(หมอลำ  หมอแคน),  การสู่ขวัญ(ส่งเสริมอาชีพการทำบายศรีสู่ขวัญ  การสร้างไวยาวัจกรณ์รุ่นใหม่)  และอื่นๆ                   ทั้งนี้  ใช้กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าสู่ชุมชน  เพื่อสร้างอาชีพ  และกระจายรายได้ให้กับกลุ่มอาชีพอื่น  จนบรรลุเป้าหมายการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในภาพรวม  
               2.กลุ่มที่มีศักยภาพปานกลาง  คือ  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านกุดกวางสร้อย
                   กลุ่มนี้มีทุนทางวัฒนธรรม  ทุนทางสังคม  และทุนทางสิ่งแวดล้อมที่ทำให้กลุ่มทอผ้า  ดำเนินการอยู่ได้  แต่ขาดผู้นำ  หรือผู้รู้ด้านผ้าพื้นเมืองในชุมชนที่เข้มแข็ง  กลุ่มจึงยังต้องอาศัยบุคคลภายนอกชุมชนเข้ามาช่วยเหลือ  โดยปัจจุบันบุคคลหรือหน่วยงานยังไม่สามารถถอนตัวออกได้  เนื่องจากหลายปัจจัย  ทำให้กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านกุดกวางสร้อยไม่สามารถดำเนินการได้เอง  ขาดความเป็นเอกภาพ  แต่มีข้อดี  คือ  มีรายได้จากการจำหน่ายผ้าพื้นเมืองสม่ำเสมอ                    สิ่งที่ควรดำเนินการต่อไป คือ  การสร้างผู้นำกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านกุดกวางสร้อยที่แท้จริง                   โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน  ตั้งแต่ร่วมคิด  ร่วมวางแผน  ร่วมทำ  ร่วมรับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน  การกำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ต้องมีความชัดเจน  ไม่ซ้ำซ้อน  ทุกส่วนที่เข้าไปต้องมีเป้าหมายเดียวกัน  คือ  ให้ชุมชนกุดกวางสร้อยพึ่งตนเองได้                   ทั้งนี้เมื่อเห็นว่าชุมชนมีความพร้อม  จึงขับเคลื่อนแนวคิดการท่องเที่ยวโดยชุมชนต่อไป                3.กลุ่มกำลังพัฒนา  ได้แก่  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนากลาง  หมู่ 7  กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านเพ็กเฟื้อย  กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครือข่ายแม่บ้านสิ่งแวดล้อมตำบลนาสี
                   กลุ่มเหล่านี้  สมาชิกกลุ่มมีบทบาทในชุมชน  การดำเนินงานของกลุ่มผูกติดอยู่กับความเป็นไปในชุมชน  มิได้มุ่งผลิตเพื่อจำหน่าย  แต่เป็นการผลิตตามฤดูกาลที่ว่างเว้นจากการทำงานอื่น  ซึ่งอาจเป็นเพราะกำลังการผลิต  ศักยภาพและการจัดการกลุ่ม  การประชาสัมพันธ์ไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย  การมีช่องทางการจำหน่ายจำกัด  ผลิตภัณฑ์ยังไม่สามารถสร้างเอกลักษณ์เป็นที่ยอมรับของสังคมได้  โดยเฉพาะชาวต่างจังหวัด  แต่อย่างไรก็ตาม  กลุ่มเหล่านี้มีผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง  มีความกระตือรือร้น  สร้างโอกาสในการพัฒนากลุ่มอยู่เสมอ                   กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านเพ็กเฟื้อย  จะมีสภาพแตกต่างจากกลุ่มอื่น  กลุ่มนี้สมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ  มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง  มีความพึงพอใจกับสิ่งที่ดำเนินการอยู่  และรายได้ที่ได้รับ  แนวทางการส่งเสริมระยะแรกควรส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่  คนวัยทำงาน  เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม  เพื่อไม่ให้ขาดการสืบทอด                    สิ่งที่ควรดำเนินการต่อไป คือ  การใช้งานบริการวิชาการ  งานฝึกอบรมเข้าไปให้ความรู้  และฝึกปฏิบัติตามความต้องการของสมาชิกกลุ่ม  ทั้งนี้ต้องระมัดระวังบทบาทของวิทยากร  โดยสร้างความเข้าใจเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ต้องการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน  ร่วมกันกับทุกฝ่าย